ประวัติโรงเรียนกวดวิชา หุบเขามังกรหลับ

ยุคเริ่มต้น  พ.ศ. 2551

                  เริ่มต้นโดยการที่ เรือตรี เทวฤทธิ์   ทองดี (ยศขณะนั้น) ได้รับการร้องขอจากข้าราชการในหน่วยเดียวกันให้ช่วยสอนลูกชายที่มีปัญหาด้านการเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และมีปัญหาด้านสมาธิสั้น สอนอยู่ได้สักพักหนึ่งปรากฎว่านักเรียนคนนั้นมีผลการเรียนดีขึ้น และเพื่อนของนักเรียนเริ่มให้ความสนใจจนมีนักเรียนประสงค์จะเรียนด้วย 10 กว่าคน

                  เรือตรี เทวฤทธิ์   ทองดี จึงมีแนวคิดที่จะพานักเรียนเหล่านั้นไปสอบเป็นนักเรียนเตรียมทหารในรุ่นที่ 53 จึงเริ่มวางแผนการสอนและก่อตั้งค่ายติวขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า “สำนักหุบเขามังกรหลับ”โดยมี เรือตรี วีระยุทธ พลยุทธภูมิ และ เรือตรี สุภฤกษ์  กิตติธรรมโม เพื่อนักเรียนนายเรือรุ่นเดียวกันร่วมกันก่อตั้งโดยใช้บ้านพักของตนเองในค่ายกรมหลวงชุมพร หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และเรียกนักเรียนเหล่านั้นว่า “ศิษย์มังกรหลับ รุ่น 1”

 

                  ปรากฎว่าศิษย์มังกรหลับรุ่น 1 สอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ผ่านรอบวิชาการ 8 นาย คิดเป็น 18 รายชื่อ และมีนักเรียนที่สอบผ่านรอบสุดท้ายเข้าไปเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 53 จำนวน 4 นาย โดยลำดับที่ดีสุดที่ศิษย์มังกรหลับรุ่น 1 ทำได้คือ ลำดับที่ 44 นายเรือ ซึ่งก็คือ นตท. อรรถฐินนท์   แตงกูล ทำให้ในปีถัดมีนักเรียนจำนวนมากที่ประสงค์จะเรียนที่สำนักหุบเขามังกรหลับ

cc

ยุคที่ 2 ก้าวสู่ความมีมาตรฐาน พ.ศ. 2552     

                  จากการที่มีนักเรียนประสงค์จะเข้าเรียนที่สำนักหุบเขามังกรหลับมากขึ้น เรือโท เทวฤทธิ์   ทองดี  จึงมีแนวคิดที่จะหาสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อรองรับในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จึงได้ทำสัญญาเช่าอาคารพาณิชย์เลขที่ 72/72-73 ถ.สุขุมวิท ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งมีลักษณะเป็นอาคาร 5 คูหาและว่างอยู่ทั้ง 5 คูหา

                  ในศิษย์หุบเขามังกรหลับรุ่นที่ 2 นั้น มีศิษย์เข้าเรียน 60 กว่านาย แต่เพราะยังขาดประสบการณ์ในการสอนนักเรียนกลุ่มใหญ่จึงทำให้ในรุ่นที่ 2 มีนักเรียนสอบผ่านรอบวิชาการเพียง 14 นายเท่านั้น ซึ่งในจำนวนนี้มี 9 นาย ที่เรียนมาตลอดปีแต่ช่วงเดือนสุดท้ายก่อนสอบได้เข้าไปติวในสถาบันชื่อดัง โดยในรุ่นที่ 2 นี้ลำดับที่ดีที่สุดของนักเรียนที่เรียนต่อเนื่องที่หุบเขามังกรหลับ คือ สอบได้ลำดับที่ 29 ทหารอากาศ นตท.รัตนชาติ   สุทัศน์

ยุคที่ 3 ก้าวสู่ความมีมาตรฐานและมุ่งมั่นพัฒนาตามเป้าหมายและวิสัยทัศน์ พ.ศ. 2553 – 2554

                  เนื่องจากผลสัมฤทธิ์ในรุ่นที่ 2 นั้นไม่เป็นไปตามเป้าที่สำนักหุบเขามังกรหลับวางไว้ จึงได้ศึกษาวิเคราะและดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง ซึ่งในรุ่นที่ 3 นี้ ได้ขยายพื้นที่โดยการเช่าอาคารเพิ่มเติมอีก 3 ห้อง คือ 72/74-75-76 ซึ่งทำให้มีพื้นที่มากขึ้น โดยในรุ่นที่ 3 นี้มีนักเรียนเรียนที่สำนักหุบเขามังกรหลับ 60 กว่านาย ปรากฎว่า สอบผ่านรอบวิชาการ 19 นาย และสอบได้เป็นนักเรียนตรียมทหาร 12 นาย ในจำนวนนี้มี 1 นาย ที่เรียนที่หุบเขามังกรหลับเฉพาะช่วงภาคเรียนที่ 1 เท่านั้น และลำดับที่ดีที่สุดที่สอบได้คือลำดับที่ 15 นายร้อยตำรวจ นตท. นาวิก   โรงสะอาด และยังมีสอบได้ระดับคะแนนดีเยี่ยมอีกหลายสิบรายชื่อ

 

จากความสำเร็จในรุ่นที่ 3 นี้ เรือเอก เทวฤทธิ์   ทองดี  จึงมีแนวคิดที่จะกำหนดเป้าหมายและวิสัยทัศน์ของสำนักหุบเขามังกรหลับขึ้นมา เพื่อเป็นแนวทางในการรักษาและพัฒนามาตรฐานให้มีนักเรียนสอบได้มากขึ้นทุกปีดังนี้

                  นโยบายการบริหารงาน      บริหารงานโดยไม่ยึดหลักเชิงพาณิชย์  สอนแบบศิษย์กับครู อยู่กันเหมือนพี่กับน้อง

                  วิสัยทัศน์                              เราจะเป็นโรงเรียนที่เพียบพร้อมด้วยองค์ความรู้และจริยธรรม

                  เป้าหมาย                             เราจะต้องมีนักเรียนที่สอบได้มากขึ้นทุกปีและมากกว่าคนที่สอบไม่ได้

                  จากการกำหนดเป้าหมายและวิสัยทัศน์ รวมกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นในรุ่นที่ 3 ทำให้มีนักเรียนที่ประสงค์จะเข้าเรียนในรุ่นที่ 4 มากถึง 150 คน สำนักหุบเขามังกรหลับจึงดำเนินการสอบคัดเลือกไว้เพียง 60 คน เท่านั้น แต่เนื่องจากมีนักเรียนที่สอบไม่ได้จำนวนมากประสงค์ที่จะเรียนให้ได้ สำนักหุบเขามังกรหลับจึงดำเนินการเปิดห้องเรียนที่ 2 ทำให้ในรุ่นที่ 4 มีจำนวนนักเรียนถึง 100 คน ซึ่งทำให้การบริหารงานเป็นไปได้ด้วยความยากมากขึ้น ซึ่งปรากฏว่าในรุ่นที่ 4 นี้มีนักเรียนที่สอบผ่านรอบวิชาการในการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร จำนวน 22 นาย และผ่านการสอบรอบสุดท้ายเข้าไปเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ได้ 17 นาย โดยจำนวนนี้มี 3 นาย ที่ไม่ได้เรียนต่อเนื่องตลอดทั้งปี และ 2 นายสอบได้ลำดับที่บุคคลสำรอง และลำดับที่ดีที่สุดในการสอบคือ ลำดับที่ 9 นายร้อยตำรวจ นตท. จิรายุทธ  โขขุณี

ยุคปัจจุบัน  โรงเรียนกวดวิชา หุบเขามังกรหลับ ในความควบของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2555

                  จากประสบการณ์ที่ได้เปิดเรียน 2 ห้อง ทำให้ได้แนวคิดว่า เป็นอุปสรรคต่อการไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ ดังนั้นในรุ่นที่ 5 จึงมีแนวคิดที่จะเปิดสอนเพียงห้องเดียวเท่านั้นโดยจะคัดเลือกนักเรียนโดยการสอบไว้เพียง 60 คนเท่านั้น และในปี พ.ศ.2555 สำนักหุบเขามังกรหลับได้รับการตรวจจากกระทรวงศึกษาธิการและได้รับการอนุญาตให้เป็น

 

โรงเรียนกวดวิชา หุบเขามังกรหลับ

logo

 

รู้จักกับ สำนักหุบเขามังกรหลับ
ทำไมต้องชื่อ “สำนักหุบเขามังกรหลับ”

         คำว่า สำนัก หมายถึง ถ่ายทอดวิชาโดยไม่ยึดหลักเชิงพาณิชย์ โดยปรารถนาให้ศิษย์เรียนรู้ได้อย่างแท้จริง แม้ว่าครูจะต้องทุ่มเทด้วยความยากลำบากก็ตาม ซึ่งจะให้ความรู้สึกระหว่างครูกับศิษย์มากกว่า คำว่า โรงเรียน

         คำว่า หุบเขา ให้ความรู้สึกถึงสถานที่เงียบสงบ ห่างไกลจากความวุ่นวาย เพื่อฝึกฝนจิตใจให้มีความสงบ มีสมาธิ มีพลังใจ และเพื่อรักษาเป้าหมายให้ชัดเจน

         คำว่า มังกรหลับ” มังกรเป็นสัญลักษณ์ของผู้นำ ยามหลับ ดูสงบเยือกเย็น และยามตื่นนั้นจะทรงพลังอนุภาพมหาศาล ฉะนั้นการหลับของมังกรจึงไม่ได้หลับอย่างเกียจคร้าน แต่เป็นการฝึกฝนเพื่อให้ทรงพลังอนุภาพ และพร้อมเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่รออยู่

         มังกร ก็คือ ศิษย์ ที่ต้องฝึกฝนอย่างสงบไม่ให้จิตใจหวั่นไหว เพื่อทรงพลังความรู้ มุ่งสู่ความสำเร็จ ในการสอบเข้า โรงเรียนเตรียมทหาร ให้จงได้